โครงการสหกรณ์รักษ์บินหลา 
สืบเนื่องมาจากหลายปีทีผ่านมาที่ผมได้เริ่มต้นโครงการเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์นกกางเขนดง เพื่อต้องการอนุรักษ์และพัฒนา นกกางเขนดงสายพันธุ์ดั้งเดิม ให้คงอยู่คู่ป่าเมืองไทย สาเหตุการตายของนกกางเขนดงในป่่า ส่วนหนึ่งเกิดจากการล่า ดักจับนกป่ามาขายเพื่อตอบสนองความต้องการของคนชอบเลี้ยงนก เนื่องจากนกกางเขนดงเป็นนกที่กินแมลง และสัตว์เล็กๆที่เคลื่อนไหว ดังนั้นการฝึกให้นกกินอาหารสำเร็จรูปจึงยากอยู่พอสมควร ซึ่งเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้นกป่าที่จับมาเลี้ยง ส่วนใหญ่จะตายในกรงเลี้ยง แต่สาเหตุสำคัญที่ทำให้นกกางเขนดงในธรรมชาติ มีจำนวนลดน้อยลงอย่างรวดเร็วจนใกล้สูญพันธุ์หรือได้สูญพันธุ์ไปแล้วในบางพื้นที่ นั่นก็คือการบุกรุกทำลายป่าซึ่งเป็นพื้นที่อาศัยของนกชนิดนี้ และด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการของชาวไร่ชาวสวน ในการใช้สารเคมีเพื่อกำจัดศัตรูพืชและวัชพืช เดิมทีการทำการบุกรุกทำการเกษตรในเขตป่า จะค่อยๆแผ้วถางเข้าไปแล้วเผาป่าเพื่อเพาะปลูก ในขั้นตอนการปลูกก็ใช้ยาฆ่าแมลง นกหรือสัตว์ต่างๆที่กินแมลงในบริเวณนั้นเข้าไป ก็จะโดนสารพิษจากแมลงตายไปด้วย ยิ่งในฤดูผสมพันธุ์ของนก ซึ่งตรงกับช่วงฤดูร้อนและเป็นช่วงที่เกษตรกรใช้ยาฆ่าหญ้ากันมากเพราะทำลายวัชพืชได้ดี ทำให้ทั้งแมลงและน้ำในบริเวณนั้นเต็มไปด้วยสารพิษ ทำให้นกส่วนใหญ่จะตายยกรังในช่วงนี้ แต่ในขณะนี้การบุกรุกทำลายป่าส่วนใหญ่ จะทำจากยอดเขาหรือใจกลางป่า ทั้งแมลงและน้ำในลำธารที่ไหลลงมาให้นกและสัตว์ต่างๆกิน เต็มไปด้วยสารพิษ ท่านลองคิดดูว่าความเสียหายจะร้ายแรงขนาดไหน แม้แต่ผู้คนด้านล่างภูเขาก็ต้องโดนสารเคมีนั้นไปด้วย
ดังนั้นเมื่อเราแก้ไขหรือห้ามการบุกรุกทำลายป่าในเมืองไทยไม่ได้ (ทุกคนย่อมรู้ดีว่าเกิดจากฝีมือคนชั่วกลุ่มไหน) ดังนั้นพวกเรากลุ่มคนตัวเล็กๆผู้หลงไหลในน้ำเสียงอันไพเราะ และลีลาท่าทางของนกชนิดนี้ จึงทำได้แค่ จะทำยังไงถึงไม่ให้นกป่าที่มีอยู่ไม่ลดลงไป โดยฝีมือของคนเลี้ยงนก
"ถึงเวลาพวกเราจึงควรเริ่มต้นการอนุรักษ์และขยายพันธุ์นกกางเขนดงแบบยั่งยืน อย่างจริงจังกันเสียที"
แต่ติดอยู่ตรงที่ว่า การเพาะนกชนิดนี้ค่อนข้างยาก ขาดแคลนนกแม่พันธุ์ และนกป่าที่นำมาเพาะส่วนใหญ่จะได้ผลไม่เป็นที่น่าพอใจ จึงยากที่จะเพาะได้สำเร็จ นกที่เพาะได้ส่วนใหญ่จะเกิดจากพ่อแม่พันธุ์ที่ถูกเลี้ยงมาตั้งแต่เล็กๆ ตอนนี้ผมเองซึ่งได้เพาะนกชนิดนี้มาหลายปี มีลูกนกเพาะตัวเมีย ซึ่งเป็นนกที่ได้จากการขยายพันธุ์ปรับปรุงสายเลือดมาหลายชั้น หลายปี โดยผ่านการคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์ที่ดี ผสมข้ามถิ่นระหว่างนกเกาะกับนกดอน นกร้องกับนกลีลา นกตัวใหญ่กับนกหางยาว สำหรับใช้เป็นแม่พันธุ์ เหลืออยู่จำนวนหนึ่ง จึงยินดีมอบให้กับสมาชิกที่อยากจะเพาะจริงๆ เพื่อพัฒนาสายพันธุ์ให้ดีขึ้นไป โดยไม่ต้องเสียเวลาลองผิดลองถูกกับนกป่า และการคัดเลือกสายพันธุ์ ซึ่งผมเองใช้เวลาในขั้นตอนนี้มามากกว่าสิบปี และจากประสบการณ์ที่ผ่านมาหลายปี นกที่ได้มอบให้กับเพื่อนๆไปเพาะ ซึ่งมีทั้งคนดีและไม่ดี เพื่อนที่ดีก็จะเพาะลูกนกออกมาให้เพื่อนๆได้เห็น ส่วนคนที่ไม่ดีให้ไปแล้วก็หายจ๋อย ไม่มีการต่อยอด และเพื่อเป็นการลดคนกลุ่มนี้ ดังนั้นต่อไปจากนี้ ผมจึงได้คิดที่จะจัดการให้อยู่ในรูปแบบของสหกรณ์ เพื่อให้การเพาะนกบินหลาดงของพวกเราเป็นไปแบบยั่งยืน และขยายวงกว้างไปในอนาคตข้างหน้า
แนวทางการจัดการและแผนการดำเนินงาน
- ในปีแรกผมจะมอบลูกเพาะแม่พันธุ์ให้กับสหกรณ์ จำนวน 4 ตัว
- ผู้ที่ต้องการจะยืมไปเพาะ นำไปเพาะได้ครั้งละ 1 ตัว เป็นเวลา 1 ฤดูกาล
- เมื่อเพาะลูกนกได้ ให้นำลูกนกตัวเมียมาคืนสหกรณ์ 1 ตัว พร้อมแม่พันธุ์ ต่อ 1 ฤดูกาล
- ลูกนกตัวเมียที่ได้จากการยืมไปเพาะ (ซึ่งมีสายเลือดที่ดีขึ้น) จะนำมาให้สมาชิกท่านอื่นยืมไปเพาะต่อไป
- ต้องคืนแม่พันธุ์ทันที ที่นกถ่ายขนหรือให้ลูกครอกสุดท้ายของปี และผู้ที่จะยืมไปเพาะต้องนำไปบำรุงอาหารเอง เพื่อให้นกสมบูรณ์ที่สุด ก่อนให้ลูกนกแก่ท่าน (โดยปกติแล้วเมื่อหมดฤดูให้ลูกนกแล้วบางคนไม่เอาใจใส่แม่นกเท่าที่ควร)
- ผู้ยืมเพาะ ต้องถ่ายรูปกรงเพาะ มาประกอบเพื่อให้สมาชิกช่วยกันตัดสินใจ
- ผู้ยืมเพาะ ต้องวางเงินประกันไว้ แม่พันธุ์ละ 5,000 บาท ท่านสามารถมารับเงินคืนได้เมื่อนำแม่พันธุ์มาคืน
- เหตุต้องมีเงินค้ำประกัน เพราะกลัวคนที่ไม่ประสงค์ดี ให้ไปแล้วเอาไปขายต่อ หรือหายไปเฉยๆทั้งนกทั้งคนเหมือนที่ผ่านๆมา
(จำนวนเงินประกันที่ตั้งไว้ผมคำนวณจากราคาพ่อแม่พันธุ์ที่ใช้ทำ และระยะเวลาการปรับปรุงพันธ์ท่านเพาะได้ปีละ4 ครอกเป็นอย่างน้อยนกให้ลูกครอกละ4 ตัวรวม16 ตัว/ปีท่านอาจเลี้ยงตายบ้างรอดบ้างเหลืออย่างน้อย4 ตัวตัวผู้2 ตัวเมีย2 ลูกนกตัวผู้สายพันธุ์ดีๆเลี้ยง1 ปีราคาหมื่นขึ้นแม่นกก็ไม่ต้องซื้อใช้แล้วคืนกำไรเห็นๆ )
- เงินประกันจะมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆทุกปีเพราะนกแม่พันธุ์พวกเราจะมีเพิ่มมากขึ้นดังนั้นจึงต้องทำหลักฐานทางบัญชีไว้ให้ชัดเจนกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นตามมาในภายหลัง
- เงินประกันที่ยึดไว้จากนกที่สูญหายหรือไม่ส่งคืน จะนำไว้เป็นค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้ที่ดูแลลูกนกที่ไม่ได้เพาะพันธุ์ในปีนั้นๆ หรือการทำกิจกรรมนำลูกนกที่เหลือไปปล่อยคืนสู่ป่า ในอนาคตข้างหน้า
ผลประโยชน์ที่ได้จากการเข้าร่วมสหกรณ์
- ท่านได้ลูกนกสายเลือดดีๆที่ผ่านการคัดสรรมาแล้วจากการเพาะของสมาชิกหลายๆคน บวกกับความภูมิใจของตัวท่านเองที่ไม่สามารถตีค่าเป็นเงินได้
- มีนกแม่พันธุ์เพิ่มขึ้นแบบทวีคูณจาก 4เป็น8 จาก8เป็น16
- สมาชิกที่เพาะนกกางเขนดงก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆตามเหมือนกัน
- สายพันธุ์นกกางเขนดงที่เพาะได้จะได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นไปในทุกๆปีและรวดเร็วขึ้น
(ผมเชื่อว่าคนที่นำลูกนกแม่พันธุ์สายเลือดดีดีไป ต้องไปหาตัวผู้ดีดีมาเข้าคู่แน่นอนเพื่อจะได้ไม่เสียโอกาส ผมทำคนเดียวไม่รู้อีกกี่ปีถึงจะได้อย่างนี้)
- คนเลี้ยงนกลูกเพาะมากขึ้น นกป่าก็จะไม่เป็นที่นิยมเพราะเก่งและสวยงามสู้นกลูกเพาะไม่ได้
และในที่สุดเมื่อวันนั้นมาถึง พวกเราก็จะเดินไปสู่จุดมุ่งหมายที่ตั้งเอาไว้ ลดการจับนกป่ามาเลี้ยง นำนกที่เพาะไปปล่อยคืนสู่ป่าที่นกได้สูญพันธุ์ไปแล้ว
" เพาะไว้เพื่อวันข้างหน้า ป่าฟื้นคืนมายังมีบินหลาดง "
" เพาะไว้ปล่อยคืนสู่ป่า ให้วันข้างหน้า.. ยังคงมี..บินหลาดง "
บินหลาตรัง ...
|